ชาล้นถ้วย
ในสังคมโลกทุกวันนี้ ผู้คนมากมายต่างมีการศึกษาในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน จึงไม่แปลกเลยที่เราสามารถเห็นนักวิชาการหลายท่านที่คอยให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ชนรุ่นหลัง เปรียบได้กับผู้เชี่ยวชาญางด้านเกมส์ที่มีทักษะดีเยี่ยม ผ่านสนามรบมามากมาย ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่เหนือผู้อื่นทุกคน
ผู้เล่นระดับสูงมักจะมี "อีโก้" หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งสูงกว่าชาวบ้านธรรมดาทั่วไป บางคนคิดว่าตัวเองไม่ต้องการให้ใครมาสอนแล้ว แต่อยากจะเป็นผู้สอนแทน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ ชาล้นถ้วย ที่ผมจะพูดถึงในบทความนี้
หลายคนที่คุ้นเคยกับปรัชญาเซ็น จะคุ้นกับวลีนี้ดีพอสมควรที่รินจนล้นถ้วย ภาพนี้มีเรื่องเล่าว่า มีศาสตราจารย์ชาวตะวันตกผู้ทรงความรู้ผู้หนึ่ง เข้าไปหาอาจารย์เซ็นผู้เฒ่าเพื่อศึกษาธรรมะ ท่านอาจารย์รับรองเชื้อเชิญให้นั่งเป็นอย่างดี แต่เมื่อรินชาให้นั้น ท่านรินจนล้นถ้วย ชาล้นออกมาเต็มจานรอง ท่านก็ยังไม่หยุด รินต่อจนกระทั่งชาล้นออกมานองพื้น ท่านศาสตราจารย์ผู้เป็นแขก ประหลาดใจในการกระทำของอาจารย์ผู้เฒ่ามาก จนต้องออกปากถามว่า
“ท่านอาจารย์ครับ ชาล้นถ้วยแล้ว ทำไมท่านยังรินอยู่ ?” ท่านอาจารย์จึงบอกว่า
“นั่นแหละ ท่านก็เหมือนชาล้นถ้วยนี้”
ลักษณะของชาที่รินจนเต็มถ้วยแล้วนั้น ไม่ว่าจะรินอะไรลงไปเติมมันก็รับไว้อีกไม่ได้ มันก็มีแต่จะล้นออก อาจารย์ เซ็นพยายามบอกท่าน
ศาสตราจารย์ชาวตะวันตก...ว่า...
ความ รู้ที่เรียนมานั้น ยิ่งรู้มาก ยิ่งยึดติดในความรู้เหล่านั้นมาก อัตตารุนแรง ความทิฏฐิที่ถือว่าตนเป็นผู้รู้มากนั้น ย่อมบดบังทำให้ไม่สามารถรับอะไรได้อีกแล้ว
ปัญหานี้เป็นกันมากแทบ ทุกวงการในหมู่นักวิชาการ ยิ่งมีปริญญาต่อท้ายมาก มีตำแหน่งทางวิชาการมาก ประสบความสำเร็จมาก
สิ่งเหล่านี้ล้วน เป็นสิ่งที่ชาวโลกแสวงหา เป็นสิ่งดี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นดาบ ๒ คม ที่ ถ้าเจ้าตัวไม่ระวังก็จะเกิดผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นคนทนฟังความเห็นของคนอื่นไม่ได้เอาเลยทีเดียว
http://www.bloggang.com/viewblog.php...oup=4&gblog=30
“ท่านอาจารย์ครับ ชาล้นถ้วยแล้ว ทำไมท่านยังรินอยู่ ?” ท่านอาจารย์จึงบอกว่า
“นั่นแหละ ท่านก็เหมือนชาล้นถ้วยนี้”
ลักษณะของชาที่รินจนเต็มถ้วยแล้วนั้น ไม่ว่าจะรินอะไรลงไปเติมมันก็รับไว้อีกไม่ได้ มันก็มีแต่จะล้นออก อาจารย์ เซ็นพยายามบอกท่าน
ศาสตราจารย์ชาวตะวันตก...ว่า...
ความ รู้ที่เรียนมานั้น ยิ่งรู้มาก ยิ่งยึดติดในความรู้เหล่านั้นมาก อัตตารุนแรง ความทิฏฐิที่ถือว่าตนเป็นผู้รู้มากนั้น ย่อมบดบังทำให้ไม่สามารถรับอะไรได้อีกแล้ว
ปัญหานี้เป็นกันมากแทบ ทุกวงการในหมู่นักวิชาการ ยิ่งมีปริญญาต่อท้ายมาก มีตำแหน่งทางวิชาการมาก ประสบความสำเร็จมาก
สิ่งเหล่านี้ล้วน เป็นสิ่งที่ชาวโลกแสวงหา เป็นสิ่งดี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นดาบ ๒ คม ที่ ถ้าเจ้าตัวไม่ระวังก็จะเกิดผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นคนทนฟังความเห็นของคนอื่นไม่ได้เอาเลยทีเดียว
http://www.bloggang.com/viewblog.php...oup=4&gblog=30




Section Navigation
Recent Topics

Poll: Gaming gear
Currently Active Users











